top of page

ข้อมูลธุรกิจปลอดภัยแค่ไหน? ยกระดับการควบคุมสิทธิ์ด้วย SAP Business One

รูปภาพนักเขียน: Actran Systems
Actran Systems
26 ต.ค.
ยาว 2 นาที
SAP Business One

ต้นทุนสินค้า ราคาขาย อัตรากำไร ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลทางการเงิน ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ แต่หากข้อมูลเหล่านี้กระจายอยู่ในไฟล์ Excel หลายชุด องค์กรอาจกำลังเผชิญความเสี่ยงที่มองไม่เห็น


คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ข้อมูลถูกต้องหรือไม่” แต่คือ “ใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง ใครมีสิทธิ์แก้ไข และองค์กรตรวจสอบย้อนหลังได้มากน้อยเพียงใด”


Excel ยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์และจัดทำรายงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลสำคัญถูกคัดลอก ส่งต่อผ่านอีเมลหรือแอปพลิเคชันแชต และแก้ไขแยกกันหลายเวอร์ชัน การควบคุมข้อมูลให้เป็นระบบอาจทำได้ยากขึ้น


SAP Business One ซึ่งเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโต ช่วยให้องค์กรบริหารข้อมูลและกำหนดสิทธิ์การใช้งานผ่านระบบกลาง พร้อมสนับสนุนกระบวนการอนุมัติและการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงตามความสามารถและการตั้งค่าที่เหมาะสม


ข้อจำกัดของการบริหารข้อมูลด้วย Excel ที่องค์กรควรพิจารณา

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Excel โดยตรง เพราะ Excel และแพลตฟอร์มจัดเก็บไฟล์ที่เกี่ยวข้องมีความสามารถในการป้องกันข้อมูลอยู่แล้ว แต่ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นเมื่อองค์กรไม่มีแนวทางควบคุมการจัดเก็บ การแชร์ และการแก้ไขข้อมูลที่ชัดเจน

ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ข้อมูลสำคัญเข้าถึงได้กว้างเกินความจำเป็น: ผู้ที่ได้รับไฟล์อาจเห็นข้อมูลหลายประเภท ทั้งราคาขาย ต้นทุน และอัตรากำไร แม้ข้อมูลบางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตน

  • ไฟล์หลายเวอร์ชันทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน: แต่ละแผนกอาจใช้ข้อมูลคนละชุด ส่งผลต่อการตัดสินใจและการทำงานร่วมกัน

  • ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ครบถ้วน: หากไฟล์ถูกแก้ไขแยกกันโดยไม่มีระบบติดตามที่เหมาะสม อาจระบุผู้แก้ไขและรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงได้ยาก

  • การยกเลิกสิทธิ์ทำได้ไม่ทั่วถึง: เมื่อพนักงานย้ายตำแหน่งหรือลาออก สำเนาไฟล์ที่เคยส่งต่อไปแล้วอาจยังคงอยู่

  • การแยกหน้าที่ไม่ชัดเจน: หากบุคคลเดียวสามารถจัดทำและอนุมัติธุรกรรมสำคัญได้โดยไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ความเสี่ยงจากความผิดพลาดและการทุจริตอาจเพิ่มขึ้น

เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การจัดการความเสี่ยงเหล่านี้จึงควรพัฒนาจากการควบคุมไฟล์เป็นรายกรณี ไปสู่การกำหนดสิทธิ์และกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ


SAP Business One ช่วยควบคุมสิทธิ์และข้อมูลสำคัญอย่างไร?

SAP Business One มีความสามารถด้านการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลบางประเภท การอนุมัติเอกสาร และการตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยสนับสนุนการควบคุมภายในขององค์กรได้


1. กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ตามหน้าที่ (User Authorizations)

องค์กรสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเมนู ฟังก์ชัน และการดำเนินการต่าง ๆ ให้แก่ผู้ใช้แต่ละคนตามความรับผิดชอบ เช่น อนุญาตให้ใช้งาน แก้ไข หรือจำกัดการเข้าถึงฟังก์ชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่

การกำหนดสิทธิ์อย่างเหมาะสมช่วยลดการเข้าถึงข้อมูลและการดำเนินการที่ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ต้องออกแบบสิทธิ์ให้ครอบคลุมการใช้งานจริง ไม่ใช่กำหนดเพียงตามชื่อตำแหน่งงานเท่านั้น


2. จำกัดการเข้าถึงเอกสารตามเจ้าของข้อมูล (Data Ownership)

SAP Business One รองรับการจัดการสิทธิ์ตามเจ้าของข้อมูลสำหรับเอกสารและข้อมูลบางประเภท โดยขึ้นอยู่กับความสามารถที่ระบบรองรับและการตั้งค่าขององค์กร

แนวทางนี้ช่วยจำกัดการเข้าถึงข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานหรือกลุ่มผู้ใช้ได้ละเอียดขึ้นในกรณีที่เหมาะสม เช่น การควบคุมการเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบแต่ละราย

อย่างไรก็ตาม การจำกัดการมองเห็นข้อมูลทุกประเภท เช่น ต้นทุนหรืออัตรากำไร อาจต้องพิจารณาการตั้งค่าสิทธิ์เพิ่มเติมและรูปแบบการใช้งานที่เกี่ยวข้อง


3. ควบคุมการอนุมัติธุรกรรม (Approval Procedures)

ธุรกรรมสำคัญควรมีขั้นตอนอนุมัติที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง เช่น การกำหนดเงื่อนไขให้ใบสั่งซื้อที่เข้าเกณฑ์ต้องผ่านการอนุมัติก่อนดำเนินการต่อ

SAP Business One รองรับ Approval Procedures ซึ่งช่วยกำหนดเงื่อนไขและผู้อนุมัติตามกระบวนการที่ออกแบบไว้ ช่วยให้การอนุมัติเป็นระบบและลดการพึ่งพาการติดตามผ่านอีเมลหรือแชตเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ การอนุมัติจะมีประสิทธิภาพเมื่อกำหนดร่วมกับสิทธิ์ผู้ใช้และหลักการแยกหน้าที่อย่างเหมาะสม


4. ตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนแปลง (Change Log)

เมื่อข้อมูลหรือเอกสารมีการเปลี่ยนแปลง การตรวจสอบประวัติจะช่วยให้องค์กรเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ระบบบันทึกไว้ เช่น รายละเอียดก่อนและหลังการแก้ไข รวมถึงข้อมูลผู้ดำเนินการและวันเวลาตามที่ระบบรองรับ

SAP Business One มีฟังก์ชัน Change Log สำหรับข้อมูลและเอกสารที่รองรับ ช่วยสนับสนุนการตรวจสอบย้อนหลังและการสอบทานภายใน

องค์กรควรตรวจสอบขอบเขตของข้อมูลที่บันทึกได้และตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ โดยไม่ควรถือว่าระบบบันทึกกิจกรรมทุกประเภทโดยอัตโนมัติ


5. ใช้ข้อมูลจากระบบกลาง ลดความซ้ำซ้อนของไฟล์

SAP Business One ช่วยให้แผนกต่าง ๆ ทำงานกับข้อมูลธุรกิจจากฐานข้อมูลของระบบเดียวกัน ลดการพึ่งพาไฟล์ Excel หลายเวอร์ชันในการส่งต่อข้อมูลระหว่างแผนก

ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและจัดทำรายงานตามสิทธิ์ที่ได้รับ ช่วยให้การทำงานระหว่างฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชี และผู้บริหารมีความสอดคล้องกันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การส่งออกหรือคัดลอกข้อมูลออกจากระบบยังอาจเกิดขึ้นได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้ องค์กรจึงควรมีนโยบายควบคุมการนำข้อมูลออกจากระบบควบคู่กัน


6. จัดการสิทธิ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร

เมื่อพนักงานย้ายหน้าที่หรือลาออก ผู้ดูแลระบบสามารถปรับหรือปิดการใช้งานบัญชีผู้ใช้ และทบทวนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องได้จากระบบกลาง

การมีขั้นตอนที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงจากการคงสิทธิ์เดิมไว้โดยไม่จำเป็น และสนับสนุนการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลให้สอดคล้องกับหน้าที่ของบุคลากรในปัจจุบัน


SAP B1

 

ตัวอย่างการใช้งาน: ควบคุมข้อมูลต้นทุนและราคาขาย

กรณีใช้ Excel ร่วมกันหลายแผนก

ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายบัญชีได้รับไฟล์ที่มีข้อมูลราคาขาย ต้นทุน และอัตรากำไร เมื่อมีการแก้ไขไฟล์หลายชุด องค์กรอาจพบปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน รวมถึงติดตามการเข้าถึงและการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ครบถ้วน


กรณีใช้ SAP Business One

องค์กรสามารถออกแบบสิทธิ์ให้เหมาะสมกับหน้าที่ของแต่ละแผนก กำหนดขั้นตอนอนุมัติสำหรับธุรกรรมสำคัญ และใช้ข้อมูลจากระบบกลางในการจัดทำรายงาน โดยพิจารณาการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลแต่ละประเภทตามความสามารถและการตั้งค่าที่รองรับ

ผลลัพธ์ที่ต้องการคือ ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพิ่มความชัดเจนในการแบ่งหน้าที่ และช่วยให้การตรวจสอบการทำงานเป็นระบบมากขึ้น


6 ขั้นตอนวางโครงสร้างสิทธิ์ใน SAP Business One

การกำหนดสิทธิ์ที่เหมาะสมควรเริ่มจากความเข้าใจการทำงานจริงขององค์กร โดยแบ่งเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้


ขั้นตอนที่ 1: สำรวจผู้ใช้งานและหน้าที่รับผิดชอบ

ระบุผู้ใช้งานทั้งหมด พร้อมบทบาทและธุรกรรมที่แต่ละคนต้องดำเนินการตามหน้าที่จริง


ขั้นตอนที่ 2: จำแนกข้อมูลตามระดับความสำคัญ

แยกข้อมูลที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ เช่น ต้นทุน อัตรากำไร และข้อมูลบุคลากร ออกจากข้อมูลที่ใช้งานทั่วไป


ขั้นตอนที่ 3: จัดทำตารางสิทธิ์ (Role Matrix)

กำหนดสิทธิ์ที่จำเป็นสำหรับแต่ละบทบาท พร้อมตรวจสอบการแยกหน้าที่และการเข้าถึงข้อมูลเกินความจำเป็น


ขั้นตอนที่ 4: กำหนดขั้นตอนอนุมัติและการตรวจสอบ

ออกแบบเงื่อนไขอนุมัติธุรกรรมและกำหนดข้อมูลที่ต้องตรวจสอบย้อนหลังให้เหมาะกับความเสี่ยงขององค์กร


ขั้นตอนที่ 5: ทดสอบด้วยสถานการณ์จริงและอบรมผู้ใช้

ทดสอบการทำงานตามสิทธิ์ที่กำหนด ไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป พร้อมอบรมผู้ใช้งานก่อนเริ่มใช้งานจริง (Go-Live)


ขั้นตอนที่ 6: ทบทวนสิทธิ์อย่างสม่ำเสมอ

กำหนดรอบตรวจสอบสิทธิ์ และปรับปรุงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร กระบวนการ หรือโครงสร้างองค์กร


ความปลอดภัยของข้อมูลต้องอาศัยทั้งระบบและกระบวนการ

แม้ SAP Business One จะช่วยสนับสนุนการควบคุมสิทธิ์และการตรวจสอบข้อมูล แต่การบริหารความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพยังต้องอาศัยมาตรการอื่นร่วมด้วย ได้แก่

  • นโยบายการเข้าถึงข้อมูลและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

  • การรักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย และบัญชีผู้ใช้

  • การสำรองข้อมูลและการทดสอบการกู้คืนข้อมูล

  • แนวทางควบคุมข้อมูลที่ส่งออกจากระบบ เช่น การส่งออกไปยัง Excel

สำหรับองค์กรที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ควรพิจารณาข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยประเมินมาตรการที่จำเป็นร่วมกับผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายหรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร


ทำไมต้องเลือก ACTRAN Systems?

การยกระดับการควบคุมข้อมูลไม่ได้เริ่มจากการตั้งค่าสิทธิ์ในระบบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจกระบวนการทำงาน ความเสี่ยง และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

ACTRAN Systems ในฐานะ SAP Partner ในประเทศไทย ให้คำปรึกษาและบริการด้าน SAP Business One ตั้งแต่การวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ การออกแบบโครงสร้างสิทธิ์และขั้นตอนอนุมัติ ไปจนถึงการติดตั้งระบบ การย้ายข้อมูล การอบรมผู้ใช้งาน และการดูแลหลัง Go-Live

บริการของเราครอบคลุม

  • Business Process Analysis และการประเมินความเสี่ยงด้านข้อมูล

  • SAP Business One Implementation

  • การออกแบบ Role Matrix, User Authorizations และ Approval Procedures

  • Data Migration จากไฟล์ Excel และระบบเดิม

  • Training & Change Management

  • Go-Live และ Post-Go-Live Support

เรามุ่งช่วยให้องค์กรใช้ระบบ ERP ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง พร้อมวางแนวทางควบคุมข้อมูลที่เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ


พร้อมยกระดับการควบคุมข้อมูลสำคัญขององค์กรแล้วหรือยัง?

หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญปัญหาข้อมูลกระจายอยู่ในไฟล์ Excel หลายชุด ต้องการควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้ให้ชัดเจนขึ้น หรือต้องการเพิ่มความเป็นระบบในการอนุมัติและตรวจสอบธุรกรรม SAP Business One อาจเป็นหนึ่งในแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการยกระดับการทำงาน


ปรึกษา ACTRAN Systems เพื่อประเมินความต้องการและหาแนวทางวางระบบ ERP ที่เหมาะกับองค์กรของคุณ

ACTRAN Systems Co., Ltd.

SAP Partner in Thailand

📧 Email: sales@actran.co.th

📞 Tel: +66 (0) 2679-1668

🌐 Website: www.actran.co.th

💬 LINE ID: @actransystems

ACTRAN Systems — Together We Grow Stronger.

ขอสาธิต / สอบถามผลิตภัณฑ์

ขอสาธิต / สอบถามผลิตภัณฑ์

Actran Systems

บริษัท แอ็คแทรน ซิสเตมส์ จำกัด

ชั้น 9 อาคารไทยวา ทาวเวอร์ 1 เลขที่ 21/22 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

SGS_ISO_IEC_29110_round_TCL_HR.jpg
SGS_ISO_IEC_29110_round_TCL_HR.jpg

ลิขสิทธิ์ © 2014 - 2030 Actran Systems Co., Ltd. / สงวนลิขสิทธิ์

bottom of page