การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) คืออะไร?
- Actran Systems
- 3 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

การบริหารสินค้าคงคลังคือกระบวนการควบคุมและดูแลระดับสต็อกสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าเหมาะสมมีพร้อมใช้งานในเวลาที่เหมาะสม ทั้งยังช่วยลดต้นทุน ลดความเสี่ยงของสินค้าขาดสต็อก และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับระบบ ERP หรือโซลูชันอย่าง SAP Business One ที่ช่วยให้ข้อมูลเป็นแบบเรียลไทม์และบริหารจัดการได้อย่างครบวงจร
ความหมายของการบริหารสินค้าคงคลัง
การบริหารสินค้าคงคลังคือขั้นตอนที่องค์กรใช้จัดการสินค้าตลอดวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบ สินค้าระหว่างการผลิต ไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูปและสินค้าที่อยู่ระหว่างการจัดส่ง โดยมีจุดประสงค์สำคัญ เช่น
รับมือกับความผันผวนของซัพพลายเชน
รองรับความต้องการของลูกค้า
บริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ควบคุมปริมาณสต็อกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด
เมื่อองค์กรใช้ระบบ ERP เช่น SAP Business One จะสามารถมองเห็นข้อมูลสินค้าทั้งหมดได้แบบครบถ้วน ส่งผลให้ตัดสินใจได้แม่นยำและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
Inventory คืออะไร?
แม้ผู้บริโภคมักมองว่าสินค้าคงคลังคือสินค้าสำเร็จรูป แต่สำหรับธุรกิจ “Inventory” หมายถึงทุกสิ่งที่ต้องเติมเต็มอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ อะไหล่ อุปกรณ์ หรือสินค้าที่อยู่ในสายการผลิตทั้งหมด
สินค้าคงคลังแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่:
1. วัตถุดิบและส่วนประกอบ (Raw Materials & Components) วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น แป้งทำเส้น เครื่องปรุง หรือส่วนประกอบเฉพาะทางต่าง ๆ
2. สินค้าระหว่างการผลิต (Work-in-Progress – WIP) สินค้าที่กำลังเตรียมหรืออยู่ระหว่างกระบวนการผลิต การบริหาร WIP ได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดเวลาและต้นทุน โดยเฉพาะเมื่อระบบเชื่อมโยงกับ ERP ที่ทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันเสมอ
3. สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) สินค้าที่ผลิตเสร็จ พร้อมจำหน่าย หรือพร้อมจัดส่ง
4. วัสดุสำหรับซ่อมบำรุงและการดำเนินงาน (MRO Supplies) เช่น อะไหล่ เครื่องมือ น้ำมันหล่อลื่น ที่ช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
เหตุใดการบริหารสินค้าคงคลังจึงสำคัญ?
การบริหารสต็อกที่ดีคือการ “หาจุดสมดุลระหว่างปริมาณสินค้าและความต้องการของลูกค้า” เพราะสต็อกสามารถเป็นได้ทั้งสินทรัพย์และภาระในเวลาเดียวกัน
หากบริหารไม่ดี อาจทำให้
สต็อกมากเกินไปและเงินทุนจม
สินค้าเสียหาย เก่า หรือสูญหาย เสื่อมสภาพ
เสียค่าใช้จ่ายด้านพื้นที่จัดเก็บ
หากมีสต็อกน้อยเกินไป:
การผลิตหยุดชะงัก
ส่งมอบล่าช้า
โอกาสขายลดลง และกระทบชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ
ระบบ ERP โดยเฉพาะ SAP Business One ช่วยให้ควบคุมระดับสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงทั้งสองด้าน และมองเห็นสภาพธุรกิจแบบเรียลไทม์
ขั้นตอนหลักของการบริหารสินค้าคงคลัง
1. การวางแผนและการสั่งซื้อ ใช้ Demand Forecasting วิเคราะห์ข้อมูลตลาด ฤดูกาล และประวัติการขาย ระบบ ERP จะช่วยให้คาดการณ์ได้แม่นยำกว่าเดิม
2. การรับสินค้า (Receiving) การรับวัตถุดิบหรือสินค้าจากผู้ขายเข้าสู่คลัง
3. การตรวจสอบและจัดเก็บ บันทึกข้อมูล SKU / บาร์โค้ด จัดเก็บให้เป็นระบบ ระบบ ERP หรือ WMS ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความเร็วในการทำงาน
4. การขายและการจัดส่ง (Fulfillment) การหยิบสินค้า แพ็ก และจัดส่ง รวมถึงการติดตามสถานะการขนส่ง
5. การรายงานและตรวจนับ (Reporting & Auditing) เปรียบเทียบข้อมูลในระบบกับของจริง เพื่อลดความคลาดเคลื่อน
6. การเติมสินค้า (Reordering) กำหนดจุดสั่งซื้ออัตโนมัติ วิเคราะห์รอบการหมุนสต็อก ใช้ข้อมูล ERP ช่วยคาดการณ์ได้แม่นยำขึ้น
ประเภทของวิธีการบริหารสินค้าคงคลัง
ABC Analysis
Just-in-Time (JIT)
Safety Stock
EOQ
FIFO / LIFO
ระบบ ERP เช่น SAP Business One ทำให้วิธีเหล่านี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะทุกข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันแบบครบวงจร
ประโยชน์ของการบริหารสินค้าคงคลัง
เพิ่มรายได้
ลดต้นทุน
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เสริมสภาพคล่อง
พยากรณ์แม่นยำยิ่งขึ้น
ลดความเสี่ยงและความสูญเสีย
ส่งเสริมความยั่งยืน
และเมื่อผสานเข้ากับระบบ ERP หรือ SAP Business One ประโยชน์เหล่านี้ยิ่งชัดเจนและขยายผลได้มากกว่าเดิม
ระบบบริหารสินค้าคงคลังคืออะไร?
ระบบ Inventory Management ในยุคใหม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบบัญชี ระบบขาย ระบบจัดส่ง และระบบ ERP เพื่อติดตาม:
ปริมาณสินค้า
ตำแหน่งจัดเก็บ
การเคลื่อนไหวของสินค้า
ต้นทุน
สถานะการรับ–หยิบ–แพ็ก–ส่งแบบเรียลไทม์
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม
ค้าปลีก: ใช้ RFID และ ERP เพื่อควบคุมสต็อกแบบเรียลไทม์
การผลิต: บริหารวัตถุดิบและ WIP ผ่านระบบ ERP
อาหารและเครื่องดื่ม: ติดตามวันหมดอายุแบบเรียลไทม์
สาธารณสุข: ควบคุมการหมุนเวียนเวชภัณฑ์และยา
วิธีเลือกระบบบริหารสินค้าคงคลังหรือ ERP ควรพิจารณา:
การเชื่อมต่อกับ POS, eCommerce และ ERP
ความครบถ้วนของฟังก์ชัน
ความสามารถรองรับการเติบโตขององค์กร
ความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนา, ผู้จำหน่าย รวมถึงผู้ให้บริการ
บริการหลังการขายและการอบรม
โซลูชันอย่าง SAP Business One เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต การขาย ไปจนถึงการรายงานสต็อกแบบครบวงจร
เทรนด์การบริหารสินค้าคงคลังในอนาคต
Automation & Robotics
AI & Machine Learning
IoT & Cloud
Predictive Analytics
Omni-channel Fulfillment
3D Printing
Vendor-Managed Inventory (VMI)
Reverse Logistics
ERP ที่สนับสนุนความยั่งยืน
เหตุผลในการเลือก SAP Business One สำหรับการบริหารสินค้าคงคลังและ ERP
SAP Business One เป็นโซลูชัน ERP ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรบริหารจัดการสต็อกและซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้:
1. มองเห็นข้อมูลสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ SAP Business One เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกแผนก—จัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต การขาย และบัญชี—เข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรรู้สถานะสินค้า ปริมาณ และตำแหน่งจัดเก็บได้ทันที ลดความคลาดเคลื่อนและช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
2. ควบคุมต้นทุนและวางแผนได้แม่นยำ ระบบสามารถคำนวณต้นทุนสินค้า การหมุนเวียนสต็อก และวิเคราะห์ความต้องการซื้อ–ผลิตได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้วางแผนการสั่งซื้อและการผลิตได้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและลดสต็อกเกินโดยไม่จำเป็น
3. รองรับกระบวนการคลังสินค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับของ ตรวจสอบสินค้า การจัดเก็บ การหยิบสินค้า การจัดส่ง ไปจนถึงการตรวจนับสต็อก ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความถูกต้อง และเพิ่มความเร็วในการทำงานทุกขั้นตอน
4. เชื่อมต่อกับการผลิต (Production) ได้อย่างราบรื่น สำหรับธุรกิจที่มีการผลิต SAP Business One ช่วยเชื่อมโยงวัตถุดิบ BOM การวางแผนการผลิต (MRP) และสินค้าระหว่างผลิต (WIP) ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้การควบคุม Production Planning มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น
5. เพิ่มความโปร่งใสและติดตามย้อนหลังได้ง่าย เหตุการณ์สำคัญในคลังสินค้า เช่น การโอนสินค้า ปรับปรุงสต็อก หรือการรับเข้า–จ่ายออก สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา ช่วยลดความผิดพลาด ลดความสูญหาย และเพิ่มความโปร่งใสในองค์กร
6. รองรับการเติบโตของธุรกิจ SAP Business One รองรับการขยายตัวทั้งด้านจำนวนสินค้า ปริมาณธุรกรรม และจำนวนสาขา ไม่ว่าจะขยายไลน์สินค้า เพิ่มคลัง หรือเพิ่มกำลังการผลิต ระบบก็ยังรองรับได้อย่างลื่นไหล
7. วิเคราะห์และรายงานผลได้อย่างลึกซึ้ง ด้วย Dashboard และ Report ที่ยืดหยุ่น ผู้บริหารสามารถดูข้อมูลสำคัญ เช่น Turnover, Stock Aging, Forecast, Backorder และ KPI ต่าง ๆ ได้ทันที ทำให้วางกลยุทธ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
8. ช่วยให้ซัพพลายเชนทำงานได้มีประสิทธิภาพ SAP Business One ช่วยให้ซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้ขาย ผู้ผลิต คลังสินค้า ฝ่ายขาย และฝ่ายโลจิสติกส์ ส่งผลให้ลดความล่าช้า ลดของเสีย และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
9. รองรับข้อมูลแบบมือถือและ Cloud ทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลสต็อกจากมือถือหรือระบบ Cloud ได้ ทำให้ผู้บริหารและพนักงานทำงานได้จากทุกที่ ลดเวลาตัดสินใจและทำงานได้อย่างคล่องตัว
10. บริการหลังการขายและผู้ให้บริการมืออาชีพ SAP Business One มีพันธมิตรและผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น ACTRAN Systems ที่ให้บริการตั้งแต่การวางระบบ การอบรม การสนับสนุนหลังการใช้งาน จึงมั่นใจได้ว่าระบบ ERP จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว
สรุป
การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของการดำเนิน งาน ลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว การผสานระบบ ERP เข้ากับกระบวนการบริหารสต็อกช่วยให้องค์กรมองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ควบคุมต้นทุนได้แม่นยำ และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที
SAP Business One โดดเด่นในฐานะระบบ ERP ที่ออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจบริหารสินค้าคงคลังได้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน การจัดซื้อ การผลิต ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ช่วยยกระดับความคล่องตัวและความแม่นยำของซัพพลายเชน
สำหรับองค์กรที่ต้องการความมั่นใจในการใช้งานและการวางระบบอย่างเป็นมืออาชีพ ACTRAN Systems พร้อมให้บริการ SAP Business One ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบโซลูชัน อบรม ติดตั้ง พัฒนาเพิ่มเติม ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ
SAP Business One ร่วมกับความเชี่ยวชาญของ ACTRAN คือแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารสินค้าคงคลังได้อย่างมั่นใจ มีประสิทธิภาพ และพร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
หากองค์กรของท่านกำลังมองหาระบบ ERP ที่ช่วยยกระดับการบริหารคลังสินค้า SAP Business One คือทางเลือกที่น่าสนใจและควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ E-mail : sales@actran.co.th หรือ โทร +66 (0)2679-1668 เพื่อรับคำปรึกษาและสาธิตระบบได้ทันที เราเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน ERP ชั้นนำในประเทศไทย และเรายินดีที่จะช่วยคุณเลือกและติดตั้งระบบ SAP Business One
บริษัท แอ็คแทรน ซิสเตมส์ จำกัด
📞 +66 (0)2679-1668







