top of page
ค้นหา

พลิกโฉมธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าด้วย SAP Business One

  • รูปภาพนักเขียน: Actran Systems
    Actran Systems
  • 10 พ.ย.
  • ยาว 2 นาที
พลิกโฉมธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าด้วย SAP Business One

 

ในยุคที่โลกการค้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าต้องเผชิญกับความซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยาวและซับซ้อนขึ้น ความคาดหวังที่สูงขึ้นจากลูกค้า รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและกำไรที่ลดลง ทำให้หลายธุรกิจต้องมองหาโซลูชันใหม่เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และนี่คือที่มาของ SAP Business One (SAP B1) ระบบ ERP แบบครบวงจรที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าโดยเฉพาะ

 

ความท้าทายที่ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้ากำลังเผชิญ

  1. ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

    ปัจจุบันลูกค้าต้องการสินค้าได้รวดเร็ว หลากหลาย และราคาที่แข่งขันได้ การทำงานด้วยระบบเก่า ที่ไม่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ธุรกิจขาดมุมมองที่ชัดเจนต่อการปฏิบัติงานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

 

  1. การจัดการคำสั่งซื้อจำนวนมาก

    ธุรกิจค้าส่งมักต้องประมวลผลคำสั่งซื้อจำนวนมากพร้อมกัน หากยังทำงานด้วยระบบเดิมที่อาศัยแรงงานคน ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น การบันทึกผิด การส่งล่าช้า หรือจัดส่งผิดสินค้า ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง

 

  1. ต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น

    การวางแผนเส้นทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ การบริหารรถขนส่งที่ไม่เป็นระบบ และการใช้น้ำมันที่ไม่ถูกควบคุม ทำให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์สูงกว่าที่ควรจะเป็น

 

  1. การจัดการข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ

    การมีฐานข้อมูลหลายชุดโดยไม่เชื่อมโยงกัน มักทำให้เกิดความไม่สอดคล้อง เช่น ข้อมูลสต็อกไม่ตรงกับข้อมูลการขาย หรือข้อมูลบัญชีไม่สอดคล้องกับคลังสินค้า สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งด้านการเงินและคุณภาพการให้บริการ

 

  1. ปัญหาการบริหารสินค้าคงคลัง

    สต็อกไม่เพียงพอ ของหมดบ่อย หรือของค้างสต็อกเป็นเวลานาน เป็นปัญหาที่กระทบต่อการส่งมอบลูกค้าและเพิ่มต้นทุนการจัดเก็บ

 

  1. ข้อจำกัดด้านการเงินและการบัญชี

    หากไม่มีระบบ ERP มาช่วยสนับสนุน การติดตามงบประมาณ กระแสเงินสด หรือการวิเคราะห์ต้นทุน จะเป็นงานที่ใช้เวลาและเสี่ยงต่อความผิดพลาดสูง

 

  1. การติดตามสถานะการจัดส่งที่ยุ่งยาก

    ลูกค้าในยุคดิจิทัลต้องการติดตามสถานะการจัดส่งตลอดเวลา หากธุรกิจยังใช้วิธีการติดตามเอง นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดพลาด และอาจไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการขนส่งที่เข้มงวด

 

ทำไมต้อง SAP Business One

SAP Business One คือระบบ ERP ที่ออกแบบมาให้ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าเชื่อมโยงทุกกระบวนการทำงานเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเงิน การขาย การจัดซื้อ คลังสินค้า ไปจนถึง CRM และการขนส่ง จุดเด่นของ SAP B1 คือการทำงานแบบ Real-time ที่ให้ข้อมูลทันสมัยตลอดเวลา พร้อมแดชบอร์ดที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้บริหารและทีมงานสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

 

ประโยชน์ของ SAP Business One พร้อมตัวอย่างการใช้งาน

1.      บริหารคำสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามคำสั่งซื้อและสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ เช่น เมื่อฝ่ายขายบันทึกออเดอร์ ระบบจะหักสต็อกทันทีและส่งข้อมูลไปยังทีมคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ ทำให้มั่นใจว่าสินค้าถูกจัดส่งตรงเวลาและตรงความต้องการของลูกค้า

ตัวอย่าง: ลูกค้าสั่งสินค้าจำนวนมากผ่านฝ่ายขาย ระบบ SAP B1 จะสร้างเอกสารใบสั่งขาย (Sales Order) อัตโนมัติ พร้อมอัปเดตสต็อก ลดขั้นตอนงานเอกสารและความเสี่ยงต่อความผิดพลาด

 

2.     ควบคุมสต็อกได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพ

SAP B1 สามารถตรวจสอบปริมาณสต็อกได้แบบเรียลไทม์และรองรับการบริหารคลังสินค้าหลายแห่ง เช่น หากคลัง A ใกล้หมด ระบบสามารถแจ้งเตือนและแนะนำการโอนย้ายสินค้าจากคลัง B หรือเลือกใช้การจัดส่งตรง (Dropship) จากผู้ผลิตเพื่อความรวดเร็ว

ตัวอย่าง: ผู้จัดการคลังสามารถใช้ Inventory Management Module เพื่อดูปริมาณสินค้าคงเหลือ แยกตามคลัง และตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อสินค้าลดต่ำกว่าระดับที่กำหนด

 

3.     การติดตามและรายงานที่แม่นยำ

ธุรกิจสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ และสร้างรายงานที่สำคัญ เช่น เวลาจัดส่ง ประสิทธิภาพเส้นทาง หรือประสิทธิภาพของพนักงานขนส่ง ข้อมูลเหล่านี้สามารถแชร์กับคู่ค้าและลูกค้าได้ทันที

ตัวอย่าง: เมื่อสินค้าถูกส่งออกจากคลัง ระบบสามารถอัปเดตสถานะการขนส่งในพอร์ทัลออนไลน์ ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้เอง ลดภาระการติดตามทางโทรศัพท์

 

4.     การจัดการทางการเงินครบวงจร

SAP B1 ครอบคลุมทั้งบัญชีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ สมุดบัญชีแยกประเภท และการรายงานทางการเงิน โดยมีแดชบอร์ดสำหรับติดตามกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และ KPI สำคัญ

ตัวอย่าง: ผู้บริหารการเงินสามารถใช้ Financial Management Module เพื่อดูรายงาน Cash Flow แบบเรียลไทม์ ทำให้การวางแผนงบประมาณและการลงทุนแม่นยำยิ่งขึ้น

 

5.     ยกระดับการบริการลูกค้า

โมดูล CRM ของ SAP B1 ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามประวัติการซื้อของลูกค้า วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ และบริหารโอกาสทางการขายได้ครบวงจร

ตัวอย่าง: หากลูกค้าประจำมีพฤติกรรมการสั่งซื้อซ้ำ ระบบสามารถแจ้งเตือนทีมขายเพื่อเสนอโปรโมชั่นหรือสินค้าใหม่ ทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและเกิดความพึงพอใจในระยะยาว

 

จุดเด่นที่ทำให้ SAP Business One แตกต่าง

  • ใช้งานง่าย:

อินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ แม้ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีก็สามารถใช้งานได้

  • ปรับแต่งได้ตามธุรกิจ:

SAP B1 รองรับการปรับแต่งให้เหมาะกับลักษณะการทำงานเฉพาะของแต่ละธุรกิจ

  • รองรับการเติบโต:

เมื่อธุรกิจขยายตัว SAP B1 สามารถรองรับปริมาณงานที่มากขึ้นได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่

  • เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา:

สามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพา ช่วยให้ผู้บริหารติดตามข้อมูลได้แม้ไม่อยู่ในออฟฟิศ

 

สรุป

ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การใช้ระบบเก่าหรือการจัดการด้วยมือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป SAP Business One คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจค้าส่งและกระจายสินค้าสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำ และยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า

หากคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในตลาดโลก SAP Business One คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด

 

หากคุณกำลังมองหาระบบ CRM และ ERP ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจของคุณ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ E-mail : sales@actran.co.th  หรือ โทร +66 (0)2679-1668 เพื่อรับคำปรึกษาและสาธิตระบบได้ทันที เราเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน ERP และ CRM ชั้นนำในประเทศไทย และเรายินดีที่จะช่วยคุณเลือกและติดตั้งระบบ ERP และ CRM ที่เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจของคุณ

 

ACTRAN Systems Co., Ltd.

📞 +66 (0)2679-1668

 

ขอสาธิต / สอบถามผลิตภัณฑ์

actran systems

บริษัท แอ็คแทรน ซิสเตมส์ จำกัด

ชั้น 9 อาคารไทยวา ทาวเวอร์ 1 เลขที่ 21/22 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

ลิขสิทธิ์ © 2014 - 2025 Actran Systems Co., Ltd. / สงวนลิขสิทธิ์

bottom of page